การเลือกใช้ถ้อยคำภาษา

 

Homeผู้จัดทำทดสอบก่อนเรียนพูดได้ พูดเป็นพูดเป็นเฟ้นถ้อยคำการพูดเพื่อสังคมการพูดสนทนาพูดได้ตามใจคิดทดสอบหลังเรียน

 

ผู้จัดทำ 
ทดสอบก่อนเรียน 
พูดได้ พูดเป็น 
พูดเป็นเฟ้นถ้อยคำ 
การพูดเพื่อสังคม 
การพูดสนทนา 
พูดได้ตามใจคิด 
ทดสอบหลังเรียน 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การเลือกใช้ถ้อยคำภาษาในการพูด

          1. การใช้ถ้อยคำให้ตรงกับความหมาย

          นักเรียนจะต้องรู้จักทำให้มากเพื่อจะได้เลือกใช้คำที่มีความหมายตรงกับความรู้สึกและความคิดเห็นที่ต้องการถ่ายทอด ดังนั้นจึงต้องเป็นผู้ฟังมาก อ่านมาก และสังเกตการใช้คำและความหมายของคำต่าง ๆ อยู่เสมอ รวมทั้งรู้จักใช้พจนานุกรมให้คล่องแคล่ว

          ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีถ้อยคำซึ่งมีความหมายใกล้เคียงกันเป็นจำนวนมาก หากเรารู้ความหมายของคำอย่างถ่องแท้  ก็จะช่วยในการเลือกใช้คำให้ตรงความหมายได้ดียิ่งขึ้น  เช่น

          ฝึก  กับ  หัด

          ฝึก   หมายถึง  ทำเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ

          หัด  หมายถึง  ทำให้ชำนาญ

          อนุมัติ  กับ  อนุญาต

          อนุมัติ  หมายถึง  เห็นชอบตามระเบียบที่กำหนดไว้

          อนุญาต  หมายถึง  ยินยอม  ตกลง

          ตัวอย่างเช่น  คุณแม่อนุญาตให้ลูกดูโทรทัศน์รายการดึก ๆ ได้ในวันหยุด

                             ผู้อำนวยการพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการซ่อมแซมอาคาร

          ขัดแย้ง  กับ  โต้แย้ง

          ขัดแย้ง  หมายความว่า  แสดงสภาพที่ไม่เป็นไปในทางเดียวกัน

          โต้แย้ง  หมายความว่า  ใช้เมื่อพูดหรือเขียนแสดงความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน

          ตัวอย่างเช่น  คำแนะนำของหนังสือทั้ง  2  เล่มนี้ขัดแย้งกัน  ฉันไม่รู้จะเชื่อเล่มไหนดี

                              เรื่องการสร้างศูนย์การค้าแทนสวนสาธารณะเป็นเรื่องที่โต้แย้งกันมาตลอด

          2. การใช้คำที่ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกหรือมองเห็นภาพ

          คำเหล่านี้ในภาษาไทยมีใช้มาก เช่น คำวิเศษณ์ที่ขยายเพื่อบอกลักษณะให้เด่นชัดหรือกลุ่มคำที่ใช้ขยายความให้ชัดเจนขึ้น การรู้จักเลือกใช้คำดังกล่าว จะช่วยให้การพูดมีชีวิตชีวามากขึ้น เช่น

          เช้าวันนี้  ผนตกพรำๆ จนกระทั่งสายแล้วยังไม่หยุด

          ต้นจามจุรีออกดอกบานสะพรั่งเป็นสีชมพูอ่อนไปทั้งจุฬาฯ

          3. การใช้ถ้อยคำให้ถูกต้องตามระดับของบุคคลและการสื่อสาร

          ในภาษาไทยมีการแบ่งคำตามระดับของบุคคล เช่น  คำราชาศัพท์  ใช้กับพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ คำสุภาพ ใช้กับสุภาพชน ซึ่งมีการใช้คำบางคำเฉพาะระดับของบุคคลนอกจากนี้ยังมีคำคะนอง คำหยาบ ที่ไม่สมควรพูดจา เพราะถือว่าเป็นคำสุภาพ เป็นถ้อยคำที่ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี

          การรู้จักใช้คำพูดให้ถูกต้องตามระดับของบุคคลที่เราสื่อสารด้วย เป็นการแสดงถึงความสุภาพและความสนิทสนมของผู้ที่เราพูดด้วย ซึ่งการจะเลือกใช้คำพูดเช่นใด นอกจากต้องคำนึงถึงผู้ที่เราพูดด้วยแล้วต้องดูโอกาสและกาลเทศะด้วย เช่น การพูดคำว่า เสวย ฉัน รับประทาน กิน หม่ำ

          เราควรพิจารณาก่อนการพูดทุกครั้งว่า  เป็นการพูดในสถานการณ์ใด เพราะคำบางคำใช้ได้เหมาะสมกับบางสถานการณ์ของการสื่อสาร  แต่อาจใช้ไม่เหมาะกับอีกสถานการณ์หนึ่งก็ได้ เช่น

          ในการพูดเพื่อขอความร่วมมือจากสมาชิกในกลุ่ม เราควรพูดว่า "หวังว่าทุกคนคงจะให้ความร่วมมือด้วยดี" ไม่ใช่ "หวังว่าทุกคนคงจะให้ความร่วมมือโดยดี" เพราะ ร่วมมือโดยดี มีความหมายไปในทำนองถูกบังคับให้ร่วมมือ

          4. การใช้ถ้อยคำที่เข้าใจง่าย

          ในการพูด  เราควรใช้ถ้อยคำที่ง่ายแก่การฟังและการเข้าใจ พยายามหลีกเลี่ยงคำศัพท์ทางวิชาการหรือศัพท์บัญญัติซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักกันทั่วไป แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้คำศัพท์ ก็ควรอธิบายความหมายให้ชัดเจนด้วย เช่น อธิบายคำว่า นวัตกรรมทางการศึกษา การประกันคุณภาพ ให้ผู้ฟังเข้าใจในครั้งแรกของการพูดคำดังกล่าว ควรหลีกเลี่ยงการใช้คำภาษาต่างประเทศโดยไม่จำเป็น ยกเว้นเป็นคำที่ยอมรับให้ใช้กันโดยทั่วไป เช่น บุฟเฟต์ แบตเตอรี่

          5. การใช้ถ้อยคำที่กะทัดรัด

          เป็นการใช้ถ้อยคำสั้นๆ ตรงตามจุดมุ่งหมาย ไม่ฟุ่งเฟือย ซ้ำซากหรือเกินความจำเป็น เช่น

          ทำการ  เรากำลังทำการปรับปรุงทางเดินเข้าซอยนี้  โดยต้องทำการประมูลหาบริษัทผู้รับเหมาที่เสนอราคาได้เหมาะสมกับงบประมาณ แล้วจึงทำการเสนอขออนุมัติใช้งบประมาณ เมื่อผ่านขั้นตอนต่างๆ แล้วก็ลงมือทำการปรับปรุงได้เลย

          จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า คำ "ทำการ" ใช้ซ้ำซากเกินไปและเป็นคำที่ไม่ได้ให้ความหมายชัดเจนขึ้นแต่อย่างใด ดังนั้น นักเรียนลองตัดคำว่า "ทำการ" ออกแล้วเรียบเรียงใหม่จะพบว่าข้อความนี้ยังคงความหมายไว้อย่างเดิมและได้ข้อความที่สั้นกระชับและสละสลวยมากขึ้น

          6. การใช้ถ้อยคำให้ถูกต้องตามหลักภาษา

          ในการพูดแม้ว่าจะใช้เป็นภาษาพูดมากกว่าภาษาเขียนก็ตาม  แต่ก็ควรระมัดระวังการใช้คำให้ถูกต้องตามชนิดของคำและหน้าที่  เรียบเรียงประโยคให้ถูกต้อง  ใช้คำขยายและคำเชื่อมที่ไม่ทำให้ความหมายคลาดเคลื่อน  ซึ่งประโยคที่ควรใช้ในการพูดนั้น  มักนิยมพูดเป็นประโยคสั้นๆ หลายประโยคต่อกัน  มากกว่าประโยคซับซ้อนที่มีคำเชื่อมและส่วนขยาย เพราะอาจทำให้ผู้ฟังเกิดการเข้าใจผิดได้ เช่น

          "ในการเลือกสรรบุคคลเข้าทำงาน  ย่อมได้ผู้ที่มีความสามารถทำงานด้วยดี  ถ้ากรรมการเบือกโดยคุณวุฒิที่เหมาะสม  โดยไม่คำนึงถึงความสนิทสนมส่วนตัวตามความเป็นจริง" นักเรียนลองปรับแก้ไขข้อความนี้ให้เป็นประโยคกะทัดรัด จะได้ว่า

          "ตามความเป็นจริงในการเลือกสรรบุคคลเข้าทำงาน  ถ้ากรรมการเลือกโดยคุณวุฒิที่เหมาะสม ไม่คำนึงถึงความสนิทสนมส่วนตัว ย่อมจะได้ผู้ที่สามารถทำงานดี"

          การใช้ถ้อยคำในการพูดให้ถูกต้องนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากเกิดความสามารถที่นักเรียนจะฝึกได้  ขอให้นักเรียนหมั่นสังเกตการใช้คำและศึกษาให้เข้าใจ นักเรียนก็จะเป็นผู้ใช้ภาษาพูดได้ดี

 

 

 

                                                                                                 

 

 

 จัดทำโดย   อาจารย์แดงต้อย    สิงห์ป้อง  

 โรงเรียนโสภณศิริราษฎร์  อ.วัดเพลง  จ.ราชบุรี  70170 

 Copyright (c)  2004  Mrs.D.S.All rights.reserved