ลักษณะการรับสาร

 

Homeผู้จัดทำแบบทดสอบก่อนเรียนฟังให้รู้ดูให้เป็นฟังดู รู้บันทึกฟังรู้จุดประสงค์ฟังเข้าใจ&วิเคราะห์แบบทดสอบหลังเรียน

 

ผู้จัดทำ 
แบบทดสอบก่อนเรียน 
ฟังให้รู้ 
ดูให้เป็น 
ฟังดู รู้บันทึก 
ฟังรู้จุดประสงค์ 
ฟังเข้าใจ&วิเคราะห์ 
แบบทดสอบหลังเรียน 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลักษณะการรับสาร

          นักเรียนเคยได้ฝึกการฟังมาพอสมควรแล้ว  และคงจะสังเกตเห็นได้ว่า  การฟังด้วยจุดประสงค์ต่างกัน  ย่อมทำให้ลักษณะการรับสารแตกต่างกัน ดังนี้

        1.  การฟังอย่างเข้าใจ

        เป็นวิธีการขั้นพื้นฐานที่ใช้ได้ทุกสถานการณ์  ผู้ฟังจะสามารถรับรู้เรื่องราวและเข้าใจความหมายของเรื่องที่ฟังได้  นักเรียนสังเกตหรือไม่ว่า  ในการติดต่อสื่อสารกับบุคคลต่างๆ การรับสารด้วยการฟังส่วนใหญ่มักมีลักษณะเป็นการฟังอย่างเข้าใจ  เพราะหากการสื่อสารใด ๆ ขาดความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสารแล้ว  สังคมก็คงวุ่นวายและขาดความสงบ  นักเรียนจึงควรฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้ฟังอย่างเข้าใจ

        วิธีการฟังอย่างเข้าใจที่มีประสิทธิภาพ  คือ  นักเรียนควรตั้งใจฟังให้รู้เรื่องราวโดยตลอด  ใช้หลักการจดบันทึกจากการฟังที่ได้เรียนไปแล้วเพื่อจดข้อความสำคัญ ๆ ไว้  และจับใจความสำคัญของเรื่องที่ฟังให้ได้

        2.  การฟังอย่างมีวิจารณญาณ

        เป็นการฟังในขั้นที่พัฒนาต่อจากการฟังอย่างเข้าใจ  เพราะเมื่อนักเรียนได้ฝึกฟังอย่างเข้าใจแล้ว  ก็ควรจะฝึกใช้ความคิดพิจารณา และวิเคราะห์สารที่ได้ฟัง  เพื่อแยกแยะข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นตลอดจนพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ ด้วย

        วิธีการฟังอย่างมีวิจารณญาณ  คือ  เมื่อเข้าใจเรื่องที่ฟังแล้ว  ให้แยกแยะสารที่เป็นข้อเท็จจริงกับสารที่เป็นข้อคิดเห็นแล้วใช้กระบวนความคิดใคร่ครวญว่าสารที่ได้ฟังนั้นมีประโยชน์  เป็นความจริงควรจะเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด  นอกจากนี้  จะต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่น ๆ ในการฟังด้วย  เช่น  จุดมุ่งหมายในการพูด  วิธีการพูด  วิธีการถ่ายทอดความรู้สึก  ความคิด

        3.  การฟังอย่างประเมินคุณค่า

        เป็นการฟังในระดับสูงต่อจากการฟังอย่างมีวิจารณญาณ  เป็นการตัดสินคุณค่าของสารที่ได้ฟังว่ามีคุณค่ามากน้อยอย่างไร  เหมาะสมเพียงใด  การฟังอย่างประเมินคุณค่านี้เป็นการช่วยพัฒนาความคิดตัดสินใจ  และฝึกให้นักเรียนรู้จักการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมีเหตุผล  นำมาซึ่งการปรับปรุงในด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

        วิธีการฟังอย่างประเมินคุณค่า  คือ  นักเรียนจะต้องมีความรู้  และประมวลประสบการณ์ในเรื่องที่ฟังเพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการติดสินประเมินค่าของสารที่ได้ฟังและติดสินว่าสารนั้นมีเหตุผลที่เหมาะสมหรือไม่  การเป็นผู้ฟังมาก  รู้มาก  และหมั่นสะสมประสบการณ์ข้อคิดเห็นต่างๆ จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการนำมาใช้ประกอบการประเมินคุณค่า

        4.  การฟังอย่างผ่อนคลาย

        เป็นการฟังที่ช่วยผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยและความเคร่งเครียดจากการเรียนและการทำงาน  นักเรียนจะได้รับความสนุกสนานและความพอใจจากการฟังสารประเภทนี้  บางครั้งอาจเกิดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ด้วย  เช่น  เมื่อฟังจบแล้วสามารถวาดภาพประกอบเรื่อง  แต่งบทประพันธ์  แต่งบทละคร  หรือประดิษฐ์ส่งของต่าง ๆ การฟังอย่างผ่อนคลายที่ดี  นักเรียนควรจะได้รับอรรถรสแห่งถ้อยคำด้วย

        วิธีการฟังอย่างผ่อนคลาย  คือ  ฟังโดยมีอากัปกิริยาที่ผ่อนคลายตามสบาย  ทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง  ไม่คิดถึงปัญหาเรื่องกังวลใด ๆ เลือกฟังสารที่มีเนื้อหามุ่งให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน  เป็นสารที่ใช้ถ้อยคำภาษาที่มีความหมายและไพเราะ  ก่อให้เกิดความซาบซึ้งใจและจินตนาการ  ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้ฟังว่าจะเลือกสารประเภทใดที่จะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย  เบิกบานและเป็นสุขใจ

        นักเรียนสามารถจะเลือกฟังสารที่ตอบสนองกับจุดประสงค์ของนักเรียนได้ แต่ควรฟังสารหลากหลายประเภท  ไม่จำกัดแต่เพียงสารที่ฟังเพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น  และในการฟังนักเรียนควรฝึกใช้วิธีการฟังให้สอดคล้องกับการฟังประเภทนั้น ๆ ด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

จัดทำโดย   อาจารย์แดงต้อย    สิงห์ป้อง  

 

โรงเรียนโสภณศิริราษฎร์  อ.วัดเพลง  จ.ราชบุรี  70170 

 

Copyright (c)  2004  Mrs.D.S.All rights.reserved