วิธีจดบันทึกจากการฟังและดู

 

Homeผู้จัดทำแบบทดสอบก่อนเรียนฟังให้รู้ดูให้เป็นฟังดู รู้บันทึกฟังรู้จุดประสงค์ฟังเข้าใจ&วิเคราะห์แบบทดสอบหลังเรียน

 

ผู้จัดทำ 
แบบทดสอบก่อนเรียน 
ฟังให้รู้ 
ดูให้เป็น 
ฟังดู รู้บันทึก 
ฟังรู้จุดประสงค์ 
ฟังเข้าใจ&วิเคราะห์ 
แบบทดสอบหลังเรียน 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 วิธีจดบันทึกจากการฟังและดูผู้พูด

        การพูดในแต่ละครั้ง  ผู้พูดย่อมจะเตรียมบทมาเป็นอย่างดี  บทพูดจะมีลักษณะเป็นโครงสร้างเรื่อง  ดังนั้น  ขณะที่ฟังเราต้องหาโครงสร้างนั้นให้พบ  ถ้าหากผู้พูดไม่บอกเราในตอนต้น  โดยในขณะที่ฟัง  เราจะจดบันทึกจากการฟังผู้พูดด้วย

        วิธีการจดบันทึกตามโครงสร้างการพูดลักษณะต่าง ๆ

        1.  ประเภทแจงนับ

        เป็นโครงสร้างการพูดที่นิยมใช้กันมากที่สุด  และง่ายต่อการฟังด้วย  เพราะผู้พูดจะพูดเนื้อหาเรียงลำดับไปเรื่อย ๆ จนจบ  บางครั้งก็จะพูดลำดับหัวข้อให้ด้วย  เราก็จะสามารถจดข้อความ  เป็นประเด็นทีละหัวข้อตามที่พูดโดยสะดวก

        2.  ประเภทลำดับเหตุการณ์

        ผู้พูดใช้ลำดับเวลาเป็นโครงสร้างของเรื่อง  อาจจะเริ่มจากอดีตมาปัจจุบัน หรือปัจจุบันย้อนไปหาอดีต  หรือจากปัจจุบันไปหาอนาคตก็ได้  โดยให้สังเกตคำสำคัญ  คือ  วัน  เดือน ปี  เวลา  ซึ่งเราก็จดประเด็นสำคัญเฉพาะแต่ละเหตุการณ์  เรียงไปตามลำดับเหตุการณ์

        3.  ประเภทโจทย์กับคำเฉลย

        ผู้พูดใช้โครงสร้างการพูดในรูปของการตั้งปัญหากับทางแก้  หรือคำถามกับคำตอบ  การจดบันทึกจึงจดในลักษณะของการจดโจทย์และคำตอบ  เป็นคู่ ๆ กันไป

        4.  ประเภทแสดงความคิดเห็น

        ผู้พูดจะหยิบยกประเด็นปัญหาหรือหัวข้อเรื่องขึ้นมากล่าวก่อน  แล้วจึงพูดเสนอความคิดเห็นต่อประเด็นนั้น  การจดบันทึกควรจดประเด็นปัญหาก่อนแล้วตามด้วยเหตุผลโดยสรุป  ซึ่งคำพูดสำคัญที่จะบอกให้รู้ว่าเป็นส่วนของเหตุผล  คือ  "ความคิดเห็นในเรื่องนี้คือ..."

        อย่างไรก็ตามผู้พูดบางคนก็มิได้พูดไปตามโครงสร้างการพูด หรือไม่มีโครงสร้างการพูดที่แน่นอน  บางคนก็พูดไปตามความรู้สึกและอารมณ์ในขณะนั้น  เราจึงจำเป็นต้องปรับวิธีการจดบันทึกของเราในขณะฟังด้วย

        สำหรับเรื่องที่ยาวมาก ๆ เราอาจต้องจดบันทึกเป็นระยะ ๆ ทุก ๆ 2 -3 นาที  หรือให้สังเกตว่าเมื่อได้ยินคำเชื่อม  ซึ่งเป็นการเชื่อมจากความคิดหลักความคิดหนึ่งไปยังอีกความคิดหนึ่ง  เช่น  "ต่อไปนี้จะพูดถึง..."  "นอกจากนี้ ..."  "ในที่สุด..."  "ในทางตรงกันข้าม"  เมื่อได้ยินคำเชื่อมในลักษณะนี้  เราก็ควรพร้อมที่จะจดความคิดหลักที่จะตามมาได้

        ในการจดบันทึกนี้  นักเรียนควรจดเฉพาะหัวข้อหรือข้อความสำคัญๆ  หลังจากฟังจบแล้ว  จึงรีบเขียนขยายความเท่าที่จำเป็นโดยต้องยึดหลักการจดบันทึกว่าเป็นเพียงการเตือนความจำ  ดังนั้น  หากจะต้องนำข้อความที่จดบันทึกไว้มาเรียบเรียงใหม่  ก็ควรใช้วิธีการย่อความ

        สำหรับการจดบันทึกจากการดูนั้น  นักเรียนก็สามารถทำได้โดยเริ่มจากการฝึกหัดเป็นคนช่างสังเกตในรายละเอียดและสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ในขณะนั้น เช่น  การดูนิทรรศการ  การดูการสาธิตทำร่มกระดาษสา  การดูทิวทัศน์ของสถานที่ท่องเที่ยว  การดูการแสดงต่าง ๆ บางครั้งอาจมีผู้บรรยายหรือมัคคุเทศก์พูดแนะนำความรู้ให้เราฟังด้วย  ซึ่งก็จะช่วยให้เราจดบันทึกได้ง่ายขึ้น  และมีรายละเอียดที่เป็นสาระความรู้มากขึ้น  แต่หากไม่มีผู้บรรยาย  นักเรียนก็จะควรพยายามสังเกตรายละเอียดให้ได้มากที่สุด  แล้วจดบันทึกตามความจริงที่นักเรียนได้ดู  ซึ่งนักเรียนควรจดบันทึกทันทีที่ได้ดูอย่างละเอียด  โดยอาจจดเป็นหัวข้อสั้น ๆ ก่อน  แล้วจึงเขียนเรียบเรียงอีกครั้งเมื่อมีเวลา  แต่ไม่ควรปล่อยให้ข้ามวัน  เพราะเราอาจจำรายละเอียดไม่ได้ทั้งหมด  เมื่อได้จดบันทึกเสร็จแล้ว  ควรอ่านทบทวนอีกครั้ง  เพื่อตรวจว่าเนื้อหาครบถ้วยหรือไม่  สำหรับการขัดเกลาสำนวนภาษานั้น  ก็เป็นอีกขั้นตอนที่ควรกระทำ  เพื่อให้บันทึกของนักเรียนเป็นงานเขียนที่น่าอ่านและนำไปเผยแพร่ได้

 

 

 

 

 

 

จัดทำโดย   อาจารย์แดงต้อย    สิงห์ป้อง  

 

โรงเรียนโสภณศิริราษฎร์  อ.วัดเพลง  จ.ราชบุรี  70170 

 

Copyright (c)  2004  Mrs.D.S.All rights.reserved