มารยาทในการฟัง

 

Homeผู้จัดทำแบบทดสอบก่อนเรียนฟังให้รู้ดูให้เป็นฟังดู รู้บันทึกฟังรู้จุดประสงค์ฟังเข้าใจ&วิเคราะห์แบบทดสอบหลังเรียน

 

ผู้จัดทำ 
แบบทดสอบก่อนเรียน 
ฟังให้รู้ 
ดูให้เป็น 
ฟังดู รู้บันทึก 
ฟังรู้จุดประสงค์ 
ฟังเข้าใจ&วิเคราะห์ 
แบบทดสอบหลังเรียน 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 มารยาทในการฟัง

        ในตอนต้นได้กล่าวถึงความสำคัญของการฟังประการหนึ่งว่า  การฟังเป็นมารยาทในสังคมไม่ว่าจะเป็นการฟังคู่สนทนาหรือฟังในที่ประชุม  เราควรระมัดระวังที่จะไม่แสดงกิริยาท่าทางซึ่งจะเป็นการเสียมารยาทสังคม  หลักการต่อไปนี้จะบอกถึงมารยาทการฟังโดยทั่วไปกับมารยาทการฟังในที่ประชุม  ขอให้นักเรียนเสนอประเด็นอื่น ๆ เพิ่มเติมตามสมควร

        มารยาทในการฟังโดยทั่วไป

        การฟังโดยทั่วไปเป็นการฟังในลักษณะของการสนทนาทั้งที่เป็นทางการ  กึ่งทางการ  หรือไม่เป็นทางการ  เราจะต้องมีมารยาทในการฟัง  ดังนี้

        1.  ฟังด้วยความตั้งใจและมีสมาธิในการฟัง

        2.  แสดงความสนใจต่อเรื่องที่ฟังและต่อผู้พูดด้วยการมองผู้พูดและไม่พูดคุยกับผู้อื่นขณะที่ฟัง

        3.  ไม่พูดแทรกขณะที่ผู้พูดกำลังพูดอยู่  แต่ควรฟังเรื่องให้จบก่อนแล้วค่อยซักถามหรือแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม  หรือรอให้ผู้พูดเปิดโอกาสให้ซักถาม

        4.  แสดงสีหน้าท่าทางพอใจในการฟัง  และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้พูดเป็นระยะ ๆ  เช่น  พยักหน้าคล้อยตาม  ยิ้ม  จ้องมองผู้พูด  ตอบคำถาม  พูดเสริมความ

        5.  เมื่อฟังผู้ใหญ่พูดต้องอยู่ในอาการสำรวม  ไม่หันซ้ายหันขวา  เอาใจใส่และแสดงอาการตอบรับด้วยความสำรวม

        6.  แม้จะรู้สึกขัดแย้งกับความคิดของผู้พูด  ก็ควรอดทนและเปิดใจกว้างยอมรับฟังความคิดเห็นนั้น ๆ

        มารยาทการฟังในที่ประชุม

        การฟังในที่ประชุมเป็นการฟังอย่างเป็นทางการ  และกึ่งทางการ เช่น  การฟังอภิปราย  การฟังบรรยาย  การฟังและชมการแสดงในหอประชุมหรือโรงละคร  เราจะต้องมีมารยาทในการฟังดังนี้

        1.  ปรบมือให้เกียรติเมื่อพิธีกรแนะนำผู้พูด  และปรบมืออีกครั้งเมื่อผู้พูดพูดจบ

        2.  ในระหว่างการพูดนั้น  หากมีคำพูดที่ประทับใจมาก ๆ เราสามารถปรบให้ผู้พูดได้แต่ไม่ต้องส่งเสียงกรีดร้องโห่ฮาประกอบ

        3.  ฟังด้วยกาการสงบและตั้งใจ  ไม่ทำเสียงรบกวนหรือพูดคุยกับผู้อื่น

        4.  การฟังในห้องประชุมหรือโรงละคร  ไม่สมควรนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปรับประทาน

        5.  ไม่ควรลุกเดินออกนอกห้องประชุม  แต่ถ้ามีความจำเป็น  ควรทำความเคารพผู้พูดแล้วจึงเดินออกไปด้วยอาการสำรวมและระมัดระวังไม่ให้ทำเสียงรบกวนสมาธิของผู้อื่น

        6.  ในการซักถามผู้พูด  ควรรอให้ผู้พูดเปิดโอกาสให้ซักถาม  หรือยกมือขึ้นเพื่อขออนุญาตซักถามเมื่อมีโอกาสอันเหมาะสม  และคำถามนั้นก็ควรเป็นคำถามสั้น ๆ กระชับ  ตรงประเด็น  ไม่ออกนอกเรื่อง  และใช้ภาษาสุภาพ

        การฟังอย่างมีประสิทธิภาพก่อให้เกิดผลดีมากมาย  ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น  เราจึงควรฝึกฝนและพัฒนาการฟังให้อยู่ในระดับที่มีประสิทธิภาพ  ซึ่งควรระเริ่มฝึกฝนเสียตั้งแต่บัดนี้  และพัฒนาสมรรถภาพในการฟังทุกโอกาสอย่างสม่ำเสมอ  ดังบทกลอนต่อไปนี้

        ฟังอะไรฟังให้ชัดถนัดหู                          ฟังให้รู้ฟังเป็นเฟ้นความหมาย

       ฟังให้ถูกฟังก่อนตอบโดยแยบคาย                            ฟังด้วยกายใจถึงกันนั้นฟังดี

       ฟังอะไรใคร่ครวญด้วยจิตว่าง                                   ฟังทุกอย่างฟังทุกคนจนถ้วนถี่

       ฟังแล้วท้วงติชมเพื่อเกื้อวจี                                      ฟังเช่นนี้ล้วนเลอเลิศเกิดปัญญา

(นายแพทย์เมืองทอง  แขมมณี)

                                        

 

 

 

 

 

 

จัดทำโดย   อาจารย์แดงต้อย    สิงห์ป้อง  

 

โรงเรียนโสภณศิริราษฎร์  อ.วัดเพลง  จ.ราชบุรี  70170 

 

Copyright (c)  2004  Mrs.D.S.All rights.reserved