พุทธศาสนสุภาษิต (2)

 

Homeผู้จัดทำทดสอบก่อนเรียนภาษาบาลีพุทธศาสนสุภาษิตพระไตรปิฎกทดสอบหลังเรียน

 

ผู้จัดทำ 
ทดสอบก่อนเรียน 
ภาษาบาลี 
พุทธศาสนสุภาษิต 
พระไตรปิฎก 
ทดสอบหลังเรียน 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  พุทธศาสนสุภาษิต (2)  

ปญฺญา  โลกสฺมิ  ปชฺโชโต             เขียนแบบบาลี

                                    ปัญญา  โลกัสมิ  ปัชโชโต             เขียนแบบไทย

                                   ปัญญาเป็นแสงสว่างแห่งโลก         คำแปล

        ปัญญาในพุทธศาสนสุภาษิตนี้เปรียบด้วยแสงสว่าง  แสงสว่างนั้นใช้ส่องให้มองเห็น  หรือใช้นำทางในที่มืด  ปัญญาในที่นี้จึงหมายถึง  ปัญญาที่ใช้ในการดำเนินชีวิต คนเราใช้ปัญญามาจากการศึกษาเล่าเรียน  ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้  แต่ในการดำเนินชีวิตอันเปรียบเสมือนการเดินทางในที่มืด  เพราะกำลังก้าวไปในทางที่ไม่เคยไป  จำเป็นต้องต้องใช้ปัญญาประดุจดวงประทีปส่องทางให้เห็นว่ามีอันตราย  หรือทางราบเรียบปลอดภัย  ปัญญาชนิดนี้จึงหมายถึง  การรู้จักความเสื่อมความเจริญ  และวิธีการหลีกเลี่ยงความเสื่อม  สร้างความเจริญให้แก่ตน

        ความเสื่อม  ได้แก่  อบาย  ทางไปสู่ความเสื่อมเรียกว่า  อบายมุข

        อบายมุข  4 ได้แก่

        (1)  เป็นนักเลงหญิง                     (3)  เป็นนักเลงเล่นการพนัน

        (2)  เป็นนักเลงสุรา                     (4)  คบคนชั่วเป็นมิตร

        อบายมุข  6 ได้แก่

        (1)  ดื่มน้ำเมา                         (4)  เล่นการพนัน

        (2)  เที่ยวกลางคืน                      (5)  คบคนชั่วเป็นมิตร

        (3)  เที่ยวดูการเล่น                    (6)  เกียจคร้านทำการงาน

        อบายมุขทั้ง  2  หมวดนี้ใจความก็ลงรอยเดียวกัน  ผู้มีปัญญาต้องรู้จักทั้งตัวอบายมุข  สาเหตุให้ไปสู่อบายมุข  และผลของอบายมุข  แล้วงดเว้นเสีย

        ความเจริญ  ได้แก่  ทิฏฐธัมมิกัสถะ  ประโยชน์อันจะพึงได้รับในปัจจุบันมี  4 ประการ  คือ  

        1.  ความหมั่นขยันในการหาทรัพย์

        2.  การรู้จักรักษาทรัพย์ที่หามาได้

        3.  การคบคนดีเป็นมิตร

        4.  การเลี้ยงชีพอย่างพอเหมาะพอควรแก่รายได้ของตน

        ผู้มีปัญญาต้องรู้จักความเจริญ  สาเหตุให้เกิดความเจริญ  ผลของความเจริญ  แล้วดำเนินไปสู่ความเจริญนั้น

        วิธีหลีกเลี่ยงความเสื่อมและสร้างความเจริญนั้น  ผู้มีปัญญาต้องรู้จักตนเองว่าสามารถกระทำด้วยตนเองได้หรือไม่  ถ้ามีจิตใจเข้มแข็งพอกระทำได้  ก็ลงมือกระทำโดยไม่ลังเล  ถ้ากระทำด้วยตนเองไม่ได้  ควรเข้าหานักปราชญ์หรือสัตบุรุษ  ฟังคำแนะนำของท่าน  ยึดถือท่านเป็นที่พึ่งที่ปรึกษา  ก็สามารถหลีกเลี่ยงความเสื่อม  ดำเนินไปสู่ความเจริญได้

        ผู้มีปัญญา  รู้จักความเสื่อมและความเจริญ  สามารถงดเว้นความเสื่อมดำเนินไปสู่ความเจริญได้เท่ากับใช้ปัญญาเป็นดวงประทีปส่องทางดำเนินชีวิตของตน  ย่อมประสบความสุข  ความมั่นคงในชีวิตอย่างแน่นอน   

 

 

 

 

 

 

จัดทำโดย   ครูอัญชลี  สิงห์โต

โรงเรียนโสภณศิริราษฎร์  อ.วัดเพลง  จ.ราชบุรี  70170

Copyright (c)  2006  Miss.A.S.All rights.reserved