ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของประเทศไทย

ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของประเทศไทย


ผลผลิตทางการเกษตร หมายถึง สิ่งที่ได้มาจากการเกษตร และยังหมายรวมไปถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ
ซึ่งได้มาจากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร

ผลผลิตทางการเกษตร แบ่งเป็น 2 ประเภท เมื่อใช้หลักเกณฑ์นำไปจำแนก ได้แก่
1. ผลผลิตที่ใช้เพื่อการบริโภค ได้แก่ ข้าว เนื้อ นม ไข่ พืช ผัก และผลไม้ ฯลฯ
2. ผลผลิตที่ใช้อุปการ ได้แก่ ใยไหม ยางพารา ฝ้าย กระสอบป่าน ฯลฯ

แต่ถ้าผลผลิตทางการเกษตรจำแนกตามลักษณะของสินค้า แบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ
1)สินค้าเกษตรกรรม เป็นผลผลิตที่ได้จากเกษตรกรรมโดยตรง ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด ใบยาสูบ ถั่วเขียว กาแฟดิบ
2)สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร เป็นผลผลิตทางการเกษตรที่ผ่านการแปรรูปไปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้แก่ นำตาลทราย ผลไม้กระป๋อง ผลิตณัณฑ์ปอ ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์ผัก ผลิตภัณฑ์ผลไม้

. การส่งออกผลผลิตทางการเกษตรของประเทศไทย
สินค้าทางการเกษตรส่งออกที่สำคัญในช่วงปี พ.ศ. 2527-2531 ได้แก่ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพด กุ้งแช่แข็ง และ ไก่แช่แข็ง และรายได้จากการส่งออกสินค้าทางการเกษตรเหล่านี้ทุกชนิดมีแนวโน้มสูงขึ้น ยกเว้นข้าวโพดที่มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากมีการใช้ข้าวโพดเป็นอาหารสัตว์และแปรรูปข้าวโพดเป็นขนมหรืออาหารชนิดต่างๆภายในประเทศมากขึ้น
ข้าวที่ผลิตขึ้นในประเทศ ส่วนใหญ่จะใช้บริโภคภายในประเทศ ที่เหลือจึงส่งเป็นสินค้าออก ตรงข้ามกับยางพาราที่ใช้ภายในประเทศน้อยส่วนใหญ่ส่งเป็นสินค้าออก ในช่วงปี พ.ศ. 2529-2531 สินค้าเกษตรกรรมที่ส่งออก ได้แก่ ใบยาสูบ ถั่วเขียว กาแฟดิบ ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร ได้แก่ น้ำตาลทราย ผลิตภัณฑ์ปอ ผลิตภัณฑ์ยาง สับปะรดกระป๋อง ผลิตภัณฑ์ผลไม้ และผลิตภัณฑ์ผัก และรายได้จากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่สินค้าเกษตรกรรมมีแนวโน้มลดลง หลักในการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรนั้น ควรพิจารณาถึงการได้มูลค่าสูงกับผลพลอยได้ทางอื่นประกอบกันด้วย
สาเหตุที่ทำให้มูลค่าสิ้นค้าบางปีรายได้สูงบางปีรายต่ำลงมาก คือ

1. ผลผลิตทางการเกษตรของไทย ผลิตได้ไม่สม่ำเสมอ เพราะระบบชลประทานไม่ดีพอ และบางปีต้องประสบภัย

ธรรมชาติทำให้ผลผลิตลดลง

2. ผลผลิตที่ผลิตไม่ได้มาตราฐาน ประเทศที่เคยสั่งซื้อ เลิกสั่งซื้อ หันไปซื้อสิ้นค้าของประเทศอื่นหรือกล่าวได้ว่า

ประเทศคู่แข่งแย่งตลาดการค้าไป

เนื่องจากการเกษตรในประเทศไทยมีผลผลิตไม่แน่นอนจึงได้มีโครงการเกษตรยั่งยืนขึ้น
โครงการพัฒนาเกษตรยั่งยืนเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง รัฐบาลไทยกับรัฐบาลเดนมาร์ก มีจุดมุ่งหมาย
เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและเสริมสร้าง ประสิทธิภาพในการพัฒนาการเกษตรยั่งยืนให้แก่หน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน และเกษตรกรรายย่อย. หน่วยงานหลักในการบริหารงานโครงการพัฒนาเกษตรยั่งยืน ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร เป็นหน่วยงานดำเนินการ และมีสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรทั้ง 8 เขต เป็นผู้ประสานงานโครงการฯ ในระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่น โดยได้รับการสนับสนุนทั้งทางด้านงบประมาณและด้านวิชาการจากองค์กร ความร่วมมือเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมของประเทศเดนมาร์ก (DANCED) โครงการพัฒนาเกษตรยั่งยืนมีระยะเวลาดำเนินงานโครงการ 2 ปี คือ เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2542 ถึงเดือนสิงหาคม 2544 .

ไฮโดรโปนิค

การปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน เป็นวิธีการผลิตผักที่อาศัยหลักการคล้ายคลึงกันกับการปลูกผักแบบธรรมดา แต่มีการพัฒนา
ปรับปรุงวิธีการเพื่อให้ สามารถทำการปลูกผักในลักษณะแถวชิดได้ สามารถปลูกผักได้ในบริเวณบ้านที่มีพื้นที่จำกัด หรือในบริเวณที่พื้นที่ดินเดิมขาดความอุดมสมบูรณ์ก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องปรับปรุงสภาพพื้นที่ดินเดิม เนื่องจากสภาพพื้นที่ดินที่มีการให้ธาตุอาหารในลักษระของสารละลายผ่านระบบการปลูกพืชผัก โดยที่ระบบรากพืชไม่ได้สัมผัสกับดินจริงๆ แต่ต้นผักเจริญเติบโตและตั้งทรงต้นอยู่บนภาชนะปลูกได้ โดยระบบรากยึดอยู่กับแผ่นฟองน้ำ ที่วางอยู่ในรางปลูก หรือที่ใช้แผ่นโฟมขนาดใหญ่ตั้งเป็นฐานของรางปลูกที่ใช้ หรือใช้วัสดุปลูกเป็นก้อนดินเผาขนาดเล็กอัดเป็นเม็ด หรือใช้วัสดุประเภทเพอร์ไลท์หรือแผ่นใยสังเคราะห์แทนดินปลูกก็ได้
วิธีการปลูกผักแบบไม่ใช้ดินทำได้ 2 ลักษณะ คือ

1. วิธีการนี้สะดวกง่ายและไม่ต้องห่วงว่าระบบรากพืชจะขาดออกซิเจน เพราะถ้าระบบรากพืชขาดออกซิเจน
จะเกิดอาการเหลืองที่ใบและผลร่วง พืชจะได้รับความเสียหาย พืชผักที่เหมาะสมปลูกในระบบแบบนี้ ได้แก่ มะเขือเทศ แตง ผักกินใบ ทุกชนิด ฯลฯ
2. ไม่ใช้ระบบปั๊มอากาศ แต่ผู้ปลูกต้องมีทักษะ ควรปรับลดระดับสารละลายธาตุอาหารที่ใช้เลี้ยงระบบรากพืช
เมื่อพืชผักโตขึ้นต้องปรับลดระดับของสารละลายให้เกิดสภาพระบบรากพืชไม่จมแช่อยู่ในสารละลายทั้งหมด มีบางส่วนของช่วงระหว่างโคนลำต้นของพืชกับระบบรากมีช่องว่างสัมผัสอากาศได้บ้าง พืชผักที่ปลูกได้ผลในระบบนี้ในประเทศไทย เช่น คึ่นฉ่าย ผักบุ้งจีน ฯลฯ

ปัจจุบัน มีภาคเอกชนจำหน่ายชุดการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิคสำเร็จรูปในประเทศไทยหลายชนิด มีทั้งนำเข้า
จากต่างประเทศโดยตรง และประยุกต์รูปแบบโดยใช้วัสดุภายในประเทศ ซึ่งการผลิตผักแบบไฮโดรโปนิคมีทั้งการทำผลิตเชิงการค้า ซึ่งให้ผลตอบแทนค่อนข้างดี รวมทั้งมีลู่ทางตลาดการส่งออกรองรับผลผลิตผักที่ปลูกโดยวิธีนี้ด้วย นอกจากนี้มีผู้สนใจนำไปปลูกผักเพื่อการบริโภคในครัวเรือน ในขนาดเล็กๆ ทำให้สะดวกต่อการควบคุมและป้องกันศัตรูพืชผักได้ง่าย ทำให้ผลผลิตที่สะอาดและปลอดสารพิษ รวมทั้งมีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีด้วย การจัดนิทรรศการการปลูกผักแบบไม่ใช้ดิน เพื่อนำเสนอแนวคิดในเรื่องการปลูกผักในพื้นที่จำกัด หรือไม่มีพื้นดินก็สามารถใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ปลูกผักได้ประสบผลสำเร็จ โดยเลือกชนิดของผักและภาชนะปลูกให้มีความเหมาะสม
ข้าวโพด ยางพารา 1